Welcome to Udonthani in the world today*..ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เวบ *อุดรธานี ในโลกวันนี้*

วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2556

วัดป่าภูนาหลาว

วัดป่าภูนาหลาว(วัดท่าโสม)
อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี



 






ประวัติวัดภูนาหลาว(ท่าโสม)

เมื่อปี  พ.ศ. 2519  พันตรีพยุงศักดิ์   ทรัพย์ชูแสง  ได้มาดำรงตำแหน่ง  นายอำเภอน้ำโสม  ซึ่งขณะนั้นประเทศไทยของเรากำลังอยู่ในระหว่างการต่อสู้กับลัทธิ คอมมิวนิสต์  หรือที่เรารู้จักกันว่า “ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์”  ซึ่งราษฎรผู้หลงผิดไปนิยมลัทธินี้  ก็ตั้งตัวเป็นศัตรูกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล  หันไปจับอาวุธขึ้นมาประหัตถ์ประหารกัน  เป็นเหตุให้มีผู้คนล้มตายไปเป็นจำนวนมาก  โดยเฉพาะคนที่มีความเห็นไม่ตรงกันแล้ว  จะหาเรื่องฆ่ากันได้ง่ายมาก  เดือดร้อนกันไปทุกหย่อมหญ้าทั้งประเทศก็ว่าได้  จนมีคนระบายสีลงในแผนที่ประเทศไทยแล้วบอกว่าพื้นที่นั้นสีเขียว  สีแดง สีชมพู  เป็นการบอกให้รู้ว่าพื้นที่นั้นอันตรายหรือไม่  อันตรายมากน้อยแค่ไหนอย่างไร

อำเภอน้ำโสม  จ.อุดรธานี  นี้ก็เป็นอีกอำเภอหนึ่งที่ได้ชื่อว่า  เป็นอำเภอพื้นที่สีแดง  ซึ่งมีผู้ก่อการร้ายมากที่สุดในขณะนั้น  เพราะเป็นพื้นที่อยู่ติดกั บจังหวัดชายแดนด้านประเทศลาว
    กล่าวคือ ทางด้านทิศตะวันตก  ติดกับเขตอำเภอปากชม  จังหวัดเลย
    ทางด้านทิศเหนือ  ติดกับเขตอำเภอสังคม  จังหวัดหนองคาย
    ทางด้านทิศตะวันออก  ติดกับเขตอำเภอบ้านผือ  จังหวัดอุดรธานี
    โดยเฉพาะที่ภูนาหลาว  (คือสถานที่ตั้งวัดในปัจจุบัน)  แห่งนี้ก็มีลักษณะเช่นเดียวกันคือ
มีเขตติดต่อกับ ตำบลต่าง ๆ ของอำเภอน้ำโสม  คือ
    ด้านทิศตะวันออกติดกับตำบลโสมเยี่ยม
    ด้านทิศตะวันตกติดกับตำบลน้ำโสม
    ด้านทิศใต้ติดกับตำบลนางัว  (ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอ – สถานีตำรวจภูธร  และหน่วยราชการต่าง ๆ )  อยู่ห่างจากตลาดนางัว  ประมาณ  5  กม.  เศษเท่านั้น

ดังนั้นที่ภูนาหลาวแห่งนี้จึงเป็นที่เหมาะของผู้ก่อการร้ายยึดเป็นชัยภูมิ ที่ฝึกอาวุธซ่องสุมกำลัง  วันดีคืนดีก็นำกำลังเข้าบุกโจมตีหน่วยงานของทางราชการ  มีโรงไฟฟ้าและสถานีตำรวจเป็นต้น (ซึ่งยังมีหลักฐานปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน)  ข้าราชการ  ทหาร  ตำรวจ  อาสาสมัคร  และพลเรือนต้องเสียชีวิตในการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายในสมัยนั้นไม่น้อยที เดียวรวมแล้วมีถึง 80 ราย  บาดเจ็บอีกก็มาก  จนทางราชการและพ่อค้าประชาชนได้ร่วมใจกันจัดสร้างอนุสรณ์สถาน “อนุสาวรีย์วีรชนน้ำโสม” ขึ้น  ตั้งตระหง่านอยู่กลางสี่แยกใกล้กับที่ว่าการอำเภอ
     
เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้อนุชน คนรุ่นหลังได้เห็นและรำลึกถึงอดีตที่ผ่านมาว่า  เมื่อก่อนนี้ในดินแดนแห่งนี้บรรพบุรุษของเราเคยสละชีวิตและเลือดเนื้อเพื่อ ปกป้องไว้ให้เรา  หรืออนุชนคนรุ่นหลังที่มีธรรมะในหัวใจ  อาจมองลึกไปกว่านั้นว่านี้คืออนุสรณ์สถานของคนรุ่นเก่าเขาทำกัน  เกิดการทะเลาะวิวาทกัน  จนถึงขั้นจับอาวุธขึ้นมาประหัตประหารกัน  ล้มตายไปมิใช่น้อยเพราะเราขาดธรรมะมิได้ปฏิบัติตามธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า..ติดตามอ่านข้อมูลประวัติเพิ่มเติมได้ที่ เวบไซต์สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุดรธานี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น